ของทุกอย่าง..มีค่าในตัวของมันเอง..
เมื่อปีเศษๆ
ที่ผ่านมา..จำได้ว่าช่วงเย็นหลังจากทำวัตรเสร็จ..เปิดดูโทรศัพท์มีสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับ..จึงกดกลับไปยังหมายเลขนั้น..เมื่อมีผู้รับ..ต้นเสียงของสายปลายทางเป็นผู้ชาย..สอบถามไปมาได้ความว่า..เป็นชาวบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งที่อาตมาเคยไปบรรยายธรรมะในสถานศึกษา..ชายคนนั้นเก็บแผ่นพับประกอบการบรรยายของอาตมาได้ที่ศาลาริมทาง..เห็นเบอร์โทรในแผ่นพับรู้ว่าผู้จัดทำเป็นพระจึงอยากจะปรึกษาปัญหาชีวิต..หลังจากนั้นจึงได้สนทนากันได้ความว่า..
ชายคนนั้นมีปัญหาด้านครอบครัว
ภรรยาแยกทางทิ้งบุตรวัย 6 ปีไว้ให้เลี้ยงดูเพียงลำพัง มีโรคภัยเบียดเบียนเพราะช่วงหลังชอบดื่มสุรา
ว่างงาน จิตตก ครุ่นคิดจนเกิดอยากฆ่าตัวตาย..บอกว่าตนเหมือนคนกำลังบ้า..
เมื่อปล่อยให้ชายคนนั้นพูดคุยเรื่องราวบางส่วนแล้ว..อาตมาจึงย้อนถามกลับไปว่า..
ที่บอกว่าเหมือนคนกำลังบ้า
“บ้าเพราะอะไร?”
ที่บอกว่าอยากฆ่าตัวตาย
“อยากตายเพราะอะไร?”
และต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตเป็นแบบนี้
“คืออะไร?”
การเดินทางแห่งชีวิต..การตายไม่ใช่จุดจบแห่งกรรม..การตายไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหา..จุดเริ่มในการเกิดทุกข์
คือการที่ภรรยาแยกทางห่างไป..ไม่มีเขาเราอยู่ได้ไหม..ตั้งแต่ถือกำเนิดเกิดมากว่าสามสิบปี..ในตอนที่เขายังไม่เข้ามาในชีวิตเรา..เรายังอยู่ได้..อยู่ด้วยกันไม่ถึงสิบปีแล้วเขาแยกทางห่างไปทำไมเราจึงจะอยู่ไม่ได้..
“ฆ่าตัวตายเพื่ออะไร”..ตายเพื่อหวังให้เขากลับมาหาเราหรือ?..ตายเพื่อทิ้งลูกที่ตนสร้างไว้ให้กับผู้อื่นหรือ?..การดื่มสุราก็ไม่ใช่การแก้ปัญหา..มันกลับทำให้เราขาดสติและพลาดโอกาสในหลายๆ
ด้าน..เช้าเมา-เย็นเมา..แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน..ทรัพย์สินที่มีอยู่ย่อมลดน้อยถอยลง..ฝากเงินไว้ที่เหล้าแล้วจะเอาอะไรมาทำทุน..
อาตมาก็บ่นของอาตมาเรื่อยไปกับคู่สาย..แล้วคำถามสุดท้ายที่อาตมาได้รับคือ “จะให้ผมทำอย่างไร?”
..เอาคำตอบจากอาตมาใช่ไหม..
ถ้าอาตมาเป็นโยม..อาตมาจะเปิดหน้าต่างมองโลก..มองหาแสงสว่าง..ไม่ใช่ปิดขังตัวเองให้อยู่กับความคิดของตัวเองเพียงลำพัง..
ชายคนนั้นทิ้งท้ายสายแรกด้วยคำว่า..ผมขอโทรคุยกับท่านเรื่อยๆ
จะได้ไหมครับ..อาตมาเห็นว่าดึกพอสมควรแล้วจึงบอกว่า..จะโทรมาเพื่อสนทนาธรรมแล้วสร้างกำลังทางใจให้กับตนเองนั้นอาตมายินดี..แต่จะต้องอยู่ในอาการที่มีสติพอที่จะรับฟังนั่นหมายถึงว่า
“ต้องไม่โทรหาอาตมาในขณะที่เสพเครื่องดองของเมา”
ชายคนนั้นตอบตกลงและกล่าวขอบคุณ..หลังจากนั้นก็มีการสนทนาหารือกันในการดำเนินชีวิตและแก้ไขทุกข์แต่ละจุดตามหลัก
“อริยสัจสี่..” และชายคนนั้นก็เงียบหายไป..
วันนี้ช่วงเที่ยงวัน..หมายเลขเบอร์โทรนั้นกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง..แต่มาในลักษณะที่แตกต่างจากครั้งก่อน..นั่นคือต้นเสียงที่แจ่มชัด..พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณในสิ่งต่างๆ
ที่ผ่านมา (ที่ผ่านมาอาตมาไม่ได้ทำอะไรนะ).. อาตมาจับใจความได้เพียงว่า..วันนี้ชีวิตชายหนุ่มดีขึ้น..เลิกสุรา
มีอาชีพทำสวน-ว่างจากทำสวนก็เก็บและรับซื้อของเก่าขาย..ไม่เป็นลูกน้องใคร..หลังจากที่เลิกเหล้าก็ได้แรงใจจากครอบครัว
พ่อแม่พี่น้อง.. แจ้งว่าวันหยุดสัปดาห์หน้าจะพาลูกมากราบอาตมาที่วัด.. “ไว้เราค่อยคุยกัน”
..แต่ก่อนวางสาย..อดใจที่จะถามไม่ได้.. “ยังอยากฆ่าตัวตายอีกไหม”..คำตอบที่น่าพอใจ..
“ถ้าผมไม่เก็บแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมา วันนี้ผมคงไม่ได้อยู่ดูแลลูกผมแล้วครับ”
ว่าแล้วเราก็หัวเราะพร้อมกัน.. “ขอบคุณแผ่นพับที่ทำให้เรา(จะ)ได้เจอกัน”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น